คนไทยใส่ใจสุขภาพ เด็กไทยไม่กินหวาน ประเมินผลดำเนินการร้านกาแฟอ่อนหวาน ปี 68 พบ 67.3% เลือกสั่งเครื่องดื่มที่มีระดับความหวานน้อย ร้านในเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน มีค่าน้ำตาลต่ำกว่า 21.8 กรัม ร้านนอกเครือข่ายฯ 23.4 กรัม รวมการสั่งหวานน้อย-ไม่หวาน ช่วยลดปริมาณน้ำตาลลงได้เฉลี่ย 10.7 กรัม/แก้ว
ทันตแพทย์หญิงมัณฑนา ฉวรรณกุล ผู้วิจัย โครงการประเมินผลการดำเนินงานร้านกาแฟและเครื่องดื่มอ่อนหวานในเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน สนับสนุนโดย เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน มูลนิธิทันตสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินผลการดำเนินงานร้านกาแฟอ่อนหวานปี 2568 ว่า เกิดจากการตั้งสมมติฐานสูตรหวานน้อยของร้านกาแฟในแต่ละร้าน มีปริมาณน้ำตาลอยู่เท่าไหร่ และอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพหรือไม่
จากการเก็บข้อมูลของเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานในระดับพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แพร่ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สระบุรี สิงห์บุรี ตรัง และสงขลา จาก 26 จังหวัด ผู้วิจัย ระบุว่า 8 จังหวัดดังกล่าวได้สุ่มเลือกเป็นตัวแทนของร้านกาแฟและเครื่องดื่มของแต่ละภาค เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มที่สามารถลดลงได้จากการสั่งเครื่องดื่มหวานน้อย และไม่หวานของผู้บริโภค รวมทั้งประเมินพฤติกรรมการสั่งเครื่องดื่ม ความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้บริโภคที่สั่งกาแฟและเครื่องดื่มเมนูหวานน้อย ไม่หวาน และหวานปกติ หรือหวานมากกว่าปกติ
ทพญ.มัณฑนา กล่าวถึงผลการศึกษายังได้เปรียบเทียบร้อยละของผู้บริโภคที่สั่งเมนูหวานปกติ หวานมากกว่าปกติ และผู้บริโภคที่สั่งหวานน้อย ไม่หวาน ระหว่างร้านกาแฟและเครื่องดื่มที่อยู่ในเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กับร้านที่อยู่นอกเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน รวม 16 แห่ง โดยมีการบันทึกรายการเครื่องดื่มรวมทั้งสิ้น 491 รายการ จากกลุ่มตัวอย่าง 1,486 คน และสอบถามพฤติกรรมการสั่งเครื่องดื่มจากผู้บริโภค 513 คน
ผลการศึกษา พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ 67.3% เลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีระดับความหวานต่ำกว่าปกติ โดยร้านในเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานมีสัดส่วนผู้สั่งเครื่องดื่มหวานน้อย และไม่หวานมากกว่าร้านนอกเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน
สำหรับปริมาณน้ำตาลเฉลี่ยในสูตรปกติอยู่ที่ 22.6 กรัมต่อแก้ว พบว่า ร้านในเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน มีค่าน้ำตาลต่ำกว่า (21.8 กรัม) ร้านนอกเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน (23.4 กรัม)
ทพญ.มัฑนา กล่าวว่า ในการศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า ในด้านความรู้เกี่ยวกับคำแนะนำการบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวันนั้น พบว่า 68.4% ของผู้บริโภคทราบข้อมูลนี้ โดยกลุ่มที่ซื้อจากร้านในเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานมีระดับความรอบรู้สูงกว่ากลุ่มที่ซื้อจากร้านทั่วไป และเหตุผลหลักที่ผู้เลือกดื่มหวานน้อย ก็คือ เพื่อดูแลสุขภาพ ขณะที่การสั่งหวานน้อยและไม่หวานสามารถช่วยลดปริมาณน้ำตาลลงได้เฉลี่ย 10.7 กรัมต่อแก้ว รองลงมา เป็นพฤติกรรมที่ปฏิบัติต่อเนื่องมาตั้งแต่เด็ก
“จะเห็นได้ว่า แม้ร้านในเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานจะมีบทบาทในการส่งเสริมลดการบริโภคน้ำตาล แต่ก็พบว่า เครื่องดื่มสูตรหวานน้อยยังมีปริมาณน้ำตาลเฉลี่ยเกินเกณฑ์ที่แนะนำ คือ ไม่เกิน 2 ช้อนชาต่อแก้วหรือ 8 กรัม หมายความว่า ผู้บริโภคแม้จะสั่งหวานน้อยแล้ว กลับได้ปริมาณน้ำตาลเกินโดยอัตโนมัติ ไม่ได้หวานน้อยจริง ดังนั้น การสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสม และการกำหนดสูตรหวานน้อยให้ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะในเครื่องดื่มเย็นทุกประเภท จำเป็นที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องมีการขับเคลื่อนการทำงานให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการบริโภคน้ำตาลเกินเกณฑ์ที่แนะนำในแต่ละวัน”
“จะเห็นได้ว่า แม้ร้านในเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานจะมีบทบาทในการส่งเสริมลดการบริโภคน้ำตาล แต่ก็พบว่า เครื่องดื่มสูตรหวานน้อยยังมีปริมาณน้ำตาลเฉลี่ยเกินเกณฑ์ที่แนะนำ คือ ไม่เกิน 2 ช้อนชาต่อแก้วหรือ 8 กรัม หมายความว่า ผู้บริโภคแม้จะสั่งหวานน้อยแล้ว กลับได้ปริมาณน้ำตาลเกินโดยอัตโนมัติ ไม่ได้หวานน้อยจริง ดังนั้น การสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสม และการกำหนดสูตรหวานน้อยให้ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะในเครื่องดื่มเย็นทุกประเภท จำเป็นที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องมีการขับเคลื่อนการทำงานให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการบริโภคน้ำตาลเกินเกณฑ์ที่แนะนำในแต่ละวัน”
ด้านทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวว่า เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ได้เริ่มทำโครงการร้านกาแฟอ่อนหวาน และหวานน้อยสั่งได้ มาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อสร้างทางเลือกสุขภาพให้กับผู้บริโภค และส่งเสริมให้ร้านเครื่องดื่มมีส่วนร่วมในการลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม โดยกิจกรรมมีหลายรูปแบบ ทั้งการรณรงค์ให้ความรู้ การสนับสนุนให้ร้านค้าปรับเมนูและวิธีการให้บริการ และการสร้างเครือข่ายร้านกาแฟอ่อนหวาน จนทำให้การสั่งหวานน้อย กลายเป็นเรื่องธรรมดา ที่สำคัญ “หวานน้อยสั่งได้” ถูกผลักดันขึ้นสู่ระดับนโยบายของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
“เครือข่ายเด็กไทยไม่กินตั้งเป้าอยากให้มีร้านกาแฟอ่อนหวาน ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด กระจายไปทั่วประเทศ รวมถึงร้านเดลิเวอรี่ด้วย”
“เครือข่ายเด็กไทยไม่กินตั้งเป้าอยากให้มีร้านกาแฟอ่อนหวาน ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด กระจายไปทั่วประเทศ รวมถึงร้านเดลิเวอรี่ด้วย”
ทพญ.ปิยะดา กล่าวทิ้งท้ายว่า เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน มีจุดยืน ลดการบริโภคหวาน ไม่ใช่แค่ลดบริโภคน้ำตาลเท่านั้น รวมไปถึงการใช้สารทดแทนความหวาน ซึ่งทางเครือข่ายฯ เห็นว่า ไม่แก้ไขปัญหาการติดหวาน หากมีการใช้ก็ควรจำกัด และให้ความรู้กับประชาชน ด้วยเพราะการใช้สารทดแทนความหวาน เราห่วงผลกระทบต่อสุขภาพในอนาคต โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน รวมไปถึงหญิงตั้งครรภ์ ขณะที่องค์การอนามัยโลก มีโครงการริเริ่ม "3 by 35" (3 by 35 initiative) แผนการรณรงค์ให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพิ่มภาษีสินค้าอันตราย 3 ชนิด คือ ยาสูบ, แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล อย่างน้อย 50% ภายในปี 2035 (พ.ศ. 2578) เพื่อลดการบริโภค, ลดการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ประเด็นนี้ทางเครือข่ายฯ เตรียมขับเคลื่อนต่อไปในอนาคตด้วยเช่นกัน




No comments:
Post a Comment