อีหม่ามใหญ่แห่ง Ayasofya สาธารณรัฐทูร์เคีย เยือนไทยอย่างเป็นทางการ เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ความร่วมมือไทย–ทูร์เคีย และประสานสำนักจุฬาราชมนตรี ขับเคลื่อนความร่วมมือศาสนา การศึกษา และการทูตประชาชนสู่อนาคตร่วมกัน - The Tellus Post

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Saturday, January 31, 2026

อีหม่ามใหญ่แห่ง Ayasofya สาธารณรัฐทูร์เคีย เยือนไทยอย่างเป็นทางการ เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ความร่วมมือไทย–ทูร์เคีย และประสานสำนักจุฬาราชมนตรี ขับเคลื่อนความร่วมมือศาสนา การศึกษา และการทูตประชาชนสู่อนาคตร่วมกัน


เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มกราคม พุทธศักราช 2569 วิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพ และสำนักการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเกริก ได้ให้การต้อนรับการเดินทางมาเยือนอย่างเป็นทางการของ ศาสตราจารย์ ดร.เมห์เหม็ด เอมิน อาย (Prof. Dr. Mehmet Emin Ay) อีหม่ามใหญ่แห่งมัสยิดอายาโซฟยา (Ayasofya Grand Mosque) นครอิสตันบูล ศาสตราจารย์ด้านอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยอูลูดาร์ (Uludağ University) และอดีตมุฟตีประจำจังหวัด สังกัดสำนักกิจการศาสนาแห่งสาธารณรัฐทูร์เคีย (Diyanet İşleri Başkanlığı) ในโอกาสสำคัญของการเข้าร่วม เป็นประธานพิธีเปิดตัวศูนย์ความร่วมมือไทย–ทูร์เคีย (Thailand–Türkiye Cooperation Center: TTC) อย่างเป็นทางการ (Grand Launching Event)


พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุมวิชาการนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกริก โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร.พรพรรณ จันทโรนานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก ซึ่งได้กล่าวต้อนรับผู้มีเกียรติอย่างเป็นทางการ, อาจารย์กัษมารา เอี่ยมพัชรวุฒิ ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือไทย–ทูร์เคีย ซึ่งได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานและการจัดตั้งศูนย์ฯ, ศาสตราจารย์ ดร.จรัญ มะลูลีม รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเกริก และคณบดีวิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพ, ดร.สราวุธ และซัน ผู้ก่อตั้งศูนย์ความร่วมมือไทย–ทูร์เคีย, และ ดร.ชนิดาภา หนูนวลวุฒิวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเกริก


นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้แทนด้านการทูตและความร่วมมือระหว่างประเทศจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมและให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น อาทิ นายอภิรัตน์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, Mr. Ismail Hakkı Gorucu, Commercial Counsellor, Turkish Embassy in Bangkok, คุณพัณณ์ชิตา รมยานนท์ อุปทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐทูร์เคีย, และ นายชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ทางราชการที่กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ และอดีตอุปทูตไทยประจำกรุงอังการา ซึ่งได้ร่วมสะท้อนทัศนะด้านความสัมพันธ์ไทย–ทูร์เคียในระดับนโยบายและการทูต ก่อนปิดท้ายด้วยการเข้าร่วมของ Mr. Mehmet Sülkü ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสจากสำนักงานความร่วมมือและประสานงานตุรกี (TİKA) ผ่านทางวิดีโอ สะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมของภาคการทูตและหน่วยงานความร่วมมือจากทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ

การเปิดตัวศูนย์ความร่วมมือไทย–ทูร์เคียในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐทูร์เคีย จากความร่วมมือเชิงสัญลักษณ์ไปสู่ความร่วมมือเชิงสถาบัน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การส่งเสริมศาสนา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการมีส่วนร่วมของเยาวชนและคนรุ่นใหม่ในเวทีนานาชาติ


ในโอกาสนี้ อาจารย์กัษมารา เอี่ยมพัชรวุฒิ ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือไทย–ทูร์เคีย ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานและการจัดตั้งศูนย์ฯ ว่า “การก่อตั้งศูนย์ความร่วมมือไทย–ทูร์เคียมีเป้าหมายเพื่อเป็นเวทีกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคศาสนา ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การวิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสร้างเครือข่ายเยาวชน ตลอดจนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ พร้อมทั้งการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างสังคมไทยและทูร์เคียบนพื้นฐานของคุณค่าร่วมด้านศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ ทั้งนี้ ศูนย์ฯ จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม บูรณาการ และยั่งยืนในระยะยาว”


นอกจากนี้ ภายในพิธีเปิดศูนย์ความร่วมมือไทย–ทูร์เคีย ยังได้มีการจัดเวทีเสวนาและกิจกรรมความร่วมมือเชิงรูปธรรม โดยมี พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางกรอบความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต

ในส่วนของ เวทีเสวนาพิเศษ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างกว้างขวาง ในหัวข้อ “การทูตทางเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตร่วมกัน: การค้า การลงทุน การศึกษา และการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ระหว่างไทย–ทูร์เคีย” Economic Diplomacy for Shared Growth: Trade, Investment, Education, and Youth Engagement between Thailand and Türkiye โดย นายอภิรัตน์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, Mr. Ismail Hakkı Gorucu, Commercial Counsellor, Turkish Embassy in Bangkok, และ นายชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ทางราชการที่กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้ร่วมอภิปรายในหัวข้อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา และบทบาทของคนรุ่นใหม่ในความสัมพันธ์ไทย–ทูร์เคีย

ขณะเดียวกัน ยังมีเวทีเสวนาในหัวข้อ “Thailand–Türkiye Partnership: Pathways to Academic, Cultural and Economic Cooperation” โดยมีผู้ร่วมเสวนาที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงศาสนาและวิชาการ ได้แก่ ดร.มูหัมหมัดอามีน เจะหนุ ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี และผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย, อีหม่ามอนุสรณ์ องอาจ อีหม่ามมัสยิดบางอุทิศ, ดร.อันวา กอมะ ผู้อำนวยการศูนย์ตุรกีศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ อาจารย์อับดุลเอาวัล ซิดิ ผู้อำนวยการมูลนิธิวะกัฟมะดีนะห์ อัซ-ซะลาม จังหวัดปัตตานี และอดีตนายกสมาคมนักเรียนไทยในประเทศตุรกี


อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของงาน คือบทบาทของเครือข่าย ศิษย์เก่าไทย–ทูร์เคีย โดยมี นายอิสรา ชูชื่น ประธานสภาศิษย์เก่าไทย–ทูร์เคีย ขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายศิษย์เก่าในการสนับสนุนกิจกรรมของศูนย์ความร่วมมือไทย–ทูร์เคีย และการสร้างสะพานเชื่อมด้านการศึกษา วัฒนธรรม และโอกาสระหว่างคนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศ

ในระหว่างการพำนักในประเทศไทย ศาสตราจารย์ ดร.เมห์เหม็ด เอมิน อาย ได้เข้าพบ อาจารย์อรุณ บุญชม ท่านจุฬาราชมนตรี เพื่อร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสานสัมพันธ์ไทย–ทูร์เคียในมิติด้านศาสนาอิสลาม การศึกษาศาสนา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนบทบาทของผู้นำศาสนาในการสร้างสันติภาพ ความเข้าใจอันดี และความร่วมมือระหว่างประชาคมมุสลิมในระดับนานาชาติ การพบปะครั้งนี้สะท้อนถึงความใกล้ชิด ความไว้วางใจ และความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างผู้นำศาสนาอิสลามของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร.เมห์เหม็ด เอมิน อาย ยังได้เดินทางเข้าเยี่ยม มัสยิดบางอุทิศ ซึ่งเป็นมัสยิดสำคัญที่มีการตกแต่งภายในด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมในแบบตุรกีอย่างงดงาม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างและพัฒนาจาก สำนักงานความร่วมมือและประสานงานตุรกี (TİKA) สะท้อนบทบาทของสาธารณรัฐทูร์เคียในการส่งเสริมศาสนา วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตของชุมชนมุสลิมในประเทศไทย ในการนี้ ได้รับการต้อนรับจาก อีหม่ามอนุสรณ์ องอาจ อีหม่ามประจำมัสยิดบางอุทิศ โดยภายในมัสยิด ศาสตราจารย์ ดร.เมห์เหม็ด เอมิน อาย ได้ร่วม ขานอาซาน และให้เกียรติ เป็นผู้นำละหมาดมัฆริบ ร่วมกับพี่น้องมุสลิม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธา ความสงบ และความซาบซึ้งใจอย่างยิ่งในโอกาสเดียวกัน

อีกทั้ง ศาสตราจารย์ ดร.เมห์เหม็ด เอมิน อาย ยังได้เดินทางไปเยี่ยมเยียน มัสยิดกามาลุ้ลอิสลาม โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก อาจารย์สมัย เจริญช่าง อีหม่ามประจำมัสยิด พร้อมด้วยพี่น้องมุสลิมในชุมชน ซึ่งได้ร่วมให้การต้อนรับด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความศรัทธา ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.เมห์เหม็ด เอมิน อาย ได้ร่วม ประกอบศาสนกิจละหมาดกลางวัน (ซุฮ์ริ) และร่วม อ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ภายในมัสยิด สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณและความใกล้ชิดระหว่างประชาคมมุสลิมไทยและทูร์เคียในระดับชุมชนอย่างลึกซึ้ง

นอกเหนือจากภารกิจด้านศาสนา ศาสตราจารย์ ดร.เมห์เหม็ด เอมิน อาย ยังได้เดินทางไปเยี่ยมเยียน โรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์มัธยม โดยได้รับการต้อนรับจาก นายสุวินัย สมันเลาะ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนกว่า 2,000 คนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและพร้อมเพรียง ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.เมห์เหม็ด เอมิน อาย ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาในฐานะรากฐานของการพัฒนาตนเองและสังคม การแสวงหาความรู้ควบคู่คุณธรรม การเปิดมุมมองสู่โลกกว้าง ตลอดจนการไปศึกษาต่อในต่างประเทศซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพ ความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม และบทบาทของเยาวชนในการเป็นพลเมืองโลก คำกล่าวของท่านได้รับความสนใจและสร้างแรงบันดาลใจอย่างยิ่งแก่ผู้เข้าร่วม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความหวังและพลังแห่งการเรียนรู้


การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของศาสตราจารย์ ดร.เมห์เหม็ด เอมิน อาย ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเข้าร่วมกิจกรรมระดับพิธีการ หากแต่เป็นภาพสะท้อนของ การทูตทางศาสนา การทูตทางการศึกษา และการทูตภาคประชาชน ที่หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างมีพลัง ภายใต้บทบาทของศูนย์ความร่วมมือไทย–ทูร์เคีย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการประสานความร่วมมือ ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ และมุ่งสู่การสร้างคุณค่าและอนาคตร่วมกันของไทยและทูร์เคียอย่างยั่งยืน
 

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages