ทัพนักกีฬาฮอกกี้ใต้น้ำทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี (U15) และรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี (U19) ของสมาคมกีฬาดำน้ำแห่งประเทศไทย ออกเดินทางสู่ประเทศอินโดนีเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน 2026 CMAS Asian Championship Underwater Hockey ระหว่างวันที่ 5–9 สิงหาคม 2569 ณ เมืองซิซารัว (Cisarua) เขตโบกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย ภายใต้การรับรองของสมาพันธ์กิจกรรมใต้น้ำโลก (CMAS) และสมาคมกีฬาดำน้ำแห่งอินโดนีเซีย
ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 สิงหาคม 2569 คณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG433 มุ่งหน้าสู่ประเทศอินโดนีเซีย ท่ามกลางความมุ่งมั่นและความพร้อมเต็มร้อย ก่อนลงทำการแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งของทวีปเอเชีย
สมาคมกีฬาดำน้ำแห่งประเทศไทยส่งนักกีฬาร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 22 คน แบ่งเป็นรุ่น U15 จำนวน 11 คน และรุ่น U19 จำนวน 12 คน หลังผ่านการคัดเลือกและเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
นอกจากการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันแล้ว สมาคมกีฬาดำน้ำแห่งประเทศไทยยังส่งผู้ตัดสิน 3 คน ได้แก่ นายเจตณัฐ เหลืองอมรศักดิ์, นางสาวณิชาภัทร มากสินธุ์ และนายนิธิโชติ เรืองพานิช เข้ารับการอบรมผู้ตัดสินระดับ Referee Level 2 เพื่อยกระดับมาตรฐานกีฬาฮอกกี้ใต้น้ำของไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล
สำหรับทีมงานผู้ฝึกสอน ประกอบด้วย มร.วินเซนต์ โลว์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวสิงคโปร์, มร.มาร์ติน คีธ, ขอขวัญ วานิกร, ศีลสุภา วรรณสุทธิ์ ผู้จัดการทีม และบวรรัตน์ นวลปาน ผู้ช่วยผู้จัดการทีม
มร.วินเซนต์ โลว์ เผยว่าทีมได้เก็บตัวฝึกซ้อมมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน นักกีฬาทุกคนมีพัฒนาการที่ดีและมีความพร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ โดยตั้งเป้าหมายที่จะพาทีมก้าวขึ้นสู่การคว้าเหรียญรางวัลให้ได้ หรืออย่างน้อก็ต้องติดท็อป4 พร้อมย้ำว่าจะไม่สร้างความกดดันให้กับนักกีฬา แต่ต้องการให้ทุกคนเล่นอย่างเต็มศักยภาพและสนุกกับการแข่งขัน
ทั้งนี้ พิธีเปิดการแข่งขันจะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงสายของวันที่ 5 สิงหาคม ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้นในช่วงบ่าย โดยโปรแกรมนัดแรกของทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี จะลงสนามพบกับทีมชาติสิงคโปร์ U19
อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมศึกชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของนักกีฬาฮอกกี้ใต้น้ำเยาวชนไทยในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์บนเวทีนานาชาติ พร้อมต่อยอดศักยภาพสู่การแข่งขันระดับโลก และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในอนาคต




No comments:
Post a Comment